นายบุญสม สังข์สุข (บุญสม กำปัง) เกิดเมื่อวันที่ ๖ ตุลาคมพุทธศักราช ๒๕๐๔ ณ บ้านกำปัง หมู่ที่ 8 ตำบลกำปัง อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา นายบุญสม สังข์สุข สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขายุทธศาสตร์การพัฒนาท้องถิ่นมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ปี ๒๕๕๕ ได้รับปริญญา
ครุศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ปี ๒๕๕๕ และ ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาดนตรีและการแสดงพื้นบ้าน จากสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ปี 2561
ด้วยฐานะทางบ้านของนายบุญสมยากจนจึงต้องออกจากโรงเรียนมาเป็นลูกจ้างทำนา ในระหว่างนั้นได้รับแรงบันดาลใจจากพี่ชายซึ่งรับงานแสดงเพลงโคราชตามสถานที่ต่างๆ จึงเริ่มฝึกหัดเพลงโคราชตอนกลางคืนกับ ปู่สี ย่าเงิน ที่บ้านกำปัง ควบคู่กันไปกับการทำนาในตอนกลางวัน นายบุญสมได้ต่อเพลงกับครูสีแบบปากต่อปาก คืนละ ๑ กลอน ฝึกการเอื้อนทำนอง การออกเสียงคำควบกล้ำ ฝึกพรรณนาสิ่งแวดล้อมรอบตัว เพื่อนำมาว่าเพลงเล่นคำได้สละสลวย ผสานด้วยมุกตลกและแฝงคติสอนใจได้อย่างลงตัว หลังจากนายบุญสมปลดประจำการจากราชการทหาร ได้ยึดอาชีพหมอเพลงโคราช เพื่อหาเลี้ยงชีพอย่างสุจริตมาจนถึงปัจจุบัน ร่วมกับการส่งเสริมหมอเพลงอาชีพ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้หมอเพลงเกิดความภาคภูมิและดำรงตนอย่างมีศักดิ์ศรี ผลงานที่บ่งบอกเอกลักษณ์ของบุญสม สังข์สุข คือ การผสานดนตรีพื้นบ้านโทนโคราช หรือเครื่องประกอบจังหวะ เป็นช่วง ๆ นอกจากนั้นยังแสดงร่วมกันระหว่าง เพลงพื้นบ้านอีสานกับเพลงโคราช
สิ่งที่นายบุญสม สังข์สุข ได้ทุ่มเทตลอดทั้งชีวิตการเป็นหมอเพลงคือ การ ถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับเพลงโคราช รับเป็นวิทยากรครูเพลง ตามสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ทุกระดับการศึกษา ดังปรากฏเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ ที่ภาคภูมิใจและมีส่วนช่วยสืบสานเพลงโคราชคือ นายบุญสม
สังข์สุข ได้เลือกเป็นนายกสมาคม ปี 2547 จากสมาชิกหมอเพลงโคราช ได้จัดทำหลักสูตรท้องถิ่นรายวิชาเพลงโคราช ทั้งในระดับประถมศึกษาจนถึงอุดมศึกษา ซึ่งประกอบด้วยแผนการ จัดการเรียนรู้ เพลงโคราชและการอนุรักษ์ภูมิปัญญาภาษาถิ่น เป็นคณะทำงานจัดทำพจนานุกรมภาษาโคราชร่วมกับมหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล นอกจากนั้นยังได้จัดทำแบบฝึกทักษะ และประเมินการฝึกทักษะตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน จนกระทั่งสามารถสร้าง “หมอเพลงน้อย” เช่น โรงเรียนบ้านต่างตา โรงเรียนหนองกระทุ่ม โรงเรียนชุมชนบ้านประโดก-โคกไผ่ สถิตวิริยะกุล และอีกหลายโรงเรียน ซึ่งเป็นผลผลิตจากภูมิปัญญาและความเสียสละของนายบุญสม สังข์สุข ให้สามารถแสดงบนเวทีจริงร่วมกับหมอเพลงรุ่นใหญ่ ที่กำลังวางมือ โครงการดังกล่าวสอดรับกับแนวคิดของนายบุญสม สังข์สุข ได้กล่าวไว้ในกลอนเพลงโคราชวัฒนธรรมท่อนหนึ่ง ว่า “ใครก็ไม่เหลียวมาดูเลยทั้งดูเต้ยดูลำ เรื่องของ วัฒนธรรมต้องกอบกู้ดูแล กู้ดูแล อย่าให้เหมือนกะหว้าเหว่ เมื่อถึงฤดู…หล่น” ผลงานสำคัญอีกประการหนึ่งคือ นายบุญสม สังข์สุข นำเพลงโคราชมาใช้ในฐานะสื่อพื้นบ้าน เพื่อเชื่อมประสานความเข้าใจอันดีระหว่างภาครัฐกับ ประชาชนตามโครงการต่าง ๆ อาทิ “พระเนตรประดุจดั่งดวงดาว ที่ส่องสกาวดวงเด่น พระหทัยอันฉ่ำเย็น แผ่กว้างเหมือนดวงเดือน กว้างเหมือนดวงเดือน แสงสว่างกว่าดวงใด พระองค์เป็นศูนย์รวมใจ คนไทยทุกดวง…เดอ” กลอนเพลงโคราชเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ๘๔ พรรษา “จะเลือกคนเก่าคนใหม่พวกเราอย่าได้คิดประมาท ไอ้พวกประสงค์โกงชาติมันหวังเขมือบแต่งบประมาณ” กลอนเชิญชวนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร “ธุรกิจน้ำเมา มันผลาญเผา ยิ่งกว่าน้ำมัน ครันจะปิดโรงงาน เหล้านอกก็มีนำมา ถ้าคนไม่กินก็ขายไม่ได้ เรามาตั้งใจ นำกันละ คนกินตาย คนขายรวยก็รู้กัน…แล้ว” กลอนสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
นายบุญสม สังข์สุข ได้จัดทำหลักสูตรเพื่อสร้างหมอเพลงน้อยทั้งแบบดั้งเดิมและแบบประยุกต์ ให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้รู้จักเพลงประจำถิ่นของตน ธำรงรักษาสมบัติของคนโคราชและสมบัติของประเทศ ดังคำกลอนที่ว่า “เพลงลำตัดให้อยู่ภาคกลาง ลิเกนั้นดังในเมืองกรุง ส่วนเพลงโคราชนั้นมารุ่ง
มีชื่อเสียงในเมืองไกล” ผลงานการประพันธ์กลอนเพลงโคราช นายบุญสม สังข์สุข (บุญสม กำปัง) ได้จัดแบ่งหมวดหมู่เป็น 8 ด้าน อย่างชัดเจน
1.) ด้าน ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี 2.) ด้านการศึกษา 3.) ด้านสาธารณสุขสิ่งแวดล้อม 4.) ด้านประวัติ 5.) ด้านส่วนบุคคล และองค์กร
6.) ด้านเศรษฐกิจ และ สังคม 7.) ด้านเพลง เรื่อง 8.) ด้านวันสำคัญ และกิจกรรม รวมแล้วเป็นพันกลอนเพลง นายบุญสม สังข์สุข ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็นศิลปินมรดกอีสานสาขาศิลปะการแสดง (เพลงโคราช) ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๗ จากมหาวิทยาลัยขอนแก่นเพื่อเป็นเกียรติประวัติสืบไป