
คณะแห่มาลัยบันเทิงศิลป์ จ.ลำปาง
มาลัยบันเทิงศิลป์บริการแห่ปี่พาทย์พื้นเมือง สะล้อซอซึง วงต๊กเส้ง แม่ดำโปน วงร่วมสมัย การแสดงพื้นบ้านล้านนาทุกชนิด อีกทั้งยังบริการเครื่องเสียง วงดนตรีสด รำวงย้อนยุค วงอิเล็กโทน และวงคอม
ทั้งหมด 26 ผู้สืบสานภูมิปัญญา

มาลัยบันเทิงศิลป์บริการแห่ปี่พาทย์พื้นเมือง สะล้อซอซึง วงต๊กเส้ง แม่ดำโปน วงร่วมสมัย การแสดงพื้นบ้านล้านนาทุกชนิด อีกทั้งยังบริการเครื่องเสียง วงดนตรีสด รำวงย้อนยุค วงอิเล็กโทน และวงคอม

นางฉวี ณ ตะกั่วทุ่ง เป็นบุคลากรทางการศึกษาและผู้ทรงคุณวุฒิด้านวัฒนธรรมในจังหวัดพังงา มีผลงานโดดเด่นในด้านการศึกษา การนิเทศ และการส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่น

นางพรขจิต สุขจิตต์ อดีตข้าราชการครู มุ่งมั่นสืบสานศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง ในฐานะลูกหลานชาวตำบลบางเหรียง อำเภอทับปุด ท่านได้นำเอาความรักและความชอบด้านนาฏศิลป์มาสร้างสรรค์ผลงานอันทรงคุณค่า โดยเป็นผู้คิดค้นและประดิษฐ์ท่ารำบูชา สำหรับใช้ในงานประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุวัดบางเหรียง เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอันน่าภาคภูมิใจของชุมชน

นางไพลิน ประทุมชัย มีใจรักในศิลปะการแสดงด้านการฟ้อนรำ และได้เข้าร่วมเป็นจิตอาสาในการแสดงการฟ้อนรำในงานวัด งานของชุมชน ตลอดถึงกิจกรรม/งานเทศกาลประเพณีที่สำคัญของจังหวัดพะเยา อาทิ ประเพณีบวงสรวงพ่อขุนงำเมือง ประเพณีแปดเป็งไหว้สาบูชาพระเจ้าตนหลวง และการแสดงต้อนรับในงานกิจกรรม/โครงการที่หน่วยงานต่าง ๆ จัดขึ้น หลังจากนั้น เมื่อปี พ.ศ. 2550 ได้มีการจัดตั้งชมรมกลุ่มคนศิลป์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์ สืบสานศิลปะและวัฒนธรรม และเป็นครูจิตอาสาในการเปิดสอนการฟ้อนรำของท้องถิ่นและการฟ้อนรำต่าง ๆ ซึ่งใช้พื้นที่บ้านเลขที่ 114/1 หมู่ที่ 3 ตำบลท่าวังทอง อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา เป็นสถานที่ตั้งของชมรม ในปี พ.ศ. 2561 ได้เข้าร่วมกิจกรรมการฝึกอบรมครูจิตอาสาในการเผยแพร่การฟ้อนที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดพะเยา ภายใต้โครงการส่งเสริมสังคมเอื้ออาทรของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพะเยา จึงได้เป็นครูจิตอาสาในการเผยแพร่ท่าฟ้อนดังกล่าวให้กับเครือข่ายทางวัฒนธรรมและชุมชนต่าง ๆ เพื่อใช้ในการแสดงศิลปวัฒนธรรมในงานต่าง ๆ ตั้งแต่นั้นจนถึงปัจจุบัน ในปี พ.ศ. 2565 ได้เป็นตัวแทนจังหวัดพะเยาในการเข้าร่วมงานวิจัยของมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ ณ จังหวัดพิษณุโลก และได้นำกิจกรรมโครงการศิลปะบำบัดมาต่อยอดร่วมกับสภาวัฒนธรรมอำเภอแม่ใจ นำโดยอาจารย์พัฒนา สุขเกษม ผู้ทรงคุณวุฒิด้านดนตรีไทยและดนตรีพื้นบ้าน เปิดสอนดนตรีอังกะลุง สัญลักษณ์มือ และการฟ้อนรำ รับสมัครผู้ที่รักสุขภาพและมีใจรักด้านศิลปะการแสดง โดยเปิดสอนทุกวันจันทร์ สัปดาห์ละหนึ่งวัน ต่อมาได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพะเยาในการให้พื้นที่สำหรับการแสดงศิลปวัฒนธรรมในงานเทศกาลและประเพณีที่สำคัญของจังหวัดพะเยา อาทิ งานบวงสรวงพ่อขุนงำเมือง งานแปดเป็งไหว้สาบูชาพระเจ้าตนหลวง และงานวันครบรอบจังหวัดพะเยา เป็นต้น

นางสาวสุคนธ์ ภิญโญรัตนโชติ เกิดวันที่ 2 พฤศจิกายน 2495 อยู่บ้านเลขที่ 256/3 หมู่ที่ 2 ตำบลอ่าวลึกใต้ อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ จบการศึกษาปริญญาตรี คณะคหกรรมศาสตร์ สาขาโภชนาการชุมชน จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช นางสาวสุคนธิ์ ภิญโญรัตนโชติ ได้เป็นส่วนหนึ่งของการริเริ่มการจัดงานเทศกาลงานรักอ่าวลึก โดยร่วมประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและร่วมกันกำหนดแนวทางการจัดงานกับนายอำเภออ่าวลึก โดยการจัดงานดังกล่าวเริ่มจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2550 และจัดต่อเนื่องมาจวบจนถึงปัจจุบัน ซึ่งการจัดงานแต่ละปีนางสาวสุคนธ์ ภิญโญรัตนโชติ ก็ได้มีส่วนร่วมในบทบาทต่าง ๆ ในขบวนพาเหรด ในการแสดงทุกค่ำคืน และออกร้านสาธิตอาหารพื้นบ้าน เป็นต้น

ปัจจุบันอายุ 65 ปี เรียนจบ ป.โท การสอนสังคมศึกษา มช. เคยเป็นครูสอนนาฏศิลป์ เมื่อในชุมชนมีงานเกี่ยวกับงานบุญ จึงได้เกิดแนวคิดการตั้งกลุ่มฟ้อนในชุมชนสตรีแม่บ้าน จากนั้นมีการไปแสดงฟ้อนทุกหมู่บ้านในตำบลและชุมชนใกล้เคียง โดยเฉพาะงานบุญ งานมงคล ผ้าป่า สรงน้ำ เป็นต้น

นายจิณ ฉิมพงษ์ - อดีต บ้านเลขที่ 6 หมู่ที่. 3 ตำบลโคกชะงาย อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง โทร. 081-958-2951 - ปัจจุบัน 194/2 หมู่ที่ 9 ตำบลบางจาก อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช วัน เดือน ปีเกิด วันอาทิตย์ ที่ 2 มีนาคม 2495 ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง 1. ข้าราชการบำบาญ 2. นายโรงโนราโรงครูวิทยาลัยครูนครศรีธรรมราช ศิษย์ขุนอุปภัมภ์นรากร

นายชวนบุญแสนแผนเกิดเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2480 ภูมิลำเนาเป็นคน อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี มีความสนใจในงานศิลปะมาตั้งแต่เด็ก มีการฝึกฝนตนเองอยู่เป็นประจำ และได้สำเร็จศึกษาสาขาศิลปะจากโรงเรียนเพราะช่าง ปี พ.ศ.2504 วุฒิ ป.ม.ช. ( ประโยคครูมัธยมการช่าง) และวุฒิ กศ.บ.ศิลปศึกษา จาก ม.ศ.ว.ศรีนครินทร์ทรวิโรฒ เมื่อปี พ.ศ.2514 หลังจากสำเร็จการศึกษาได้รับการบรรจุราชการ เมื่อปี พ.ศ. 2505 ในตำแหน่งครูศิลปะที่โรงเรียนพานพร้าว อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย ผลงานด้านศิลปะ 1. ปี พ.ศ. 2542 ได้รับรางวัลศิลปินดีเด่น สาขาทัศนศิลป์จังหวัดอุดรธานี 2. ปี พ ศ 2546 ได้รับรางวัลศิลปินพื้นบ้านอีสาน จากสถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน

ชื่อ – สกุล นายกวีวัธน์ เมฆแสน วัน เดือน ปีเกิด ๔ กรกฎาคม พ.ศ. 2534 อายุ 35 ปี ระดับการศึกษาสูงสุด ปริญญาโท ครุศาสตรมหาบัณฑิต (ค.ม.) สาขาวิชาการบริหารการศึกษา อาชีพ/ตำแหน่ง ข้าราชการครู อันดับ คศ. 2 วิทยฐานะครูชำนาญการ หน่วยงานที่สังกัด โรงเรียนบ้านไผ่ล้อม (สำนักงานสลากกินแบ่งสงเคราะห์ 46) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแพร่ เขต 2 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ที่อยู่ปัจจุบัน บ้านเลขที่ 112/4 หมู่ที่ 2 ตำบลทุ่งกวาว อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ โทรศัพท์ - โทรสาร – มือถือ 088-3366627 ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) balloonmar@gmail.com

นายณัฐพงศ์ กระจ่ายโภชน์ เกิดวันที่ 1 สิงหาคม 2533 ปัจจุบันอายุ 36 ปี ภูมิลำเนาเดิมจังหวัดพัทลุง ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่ เลขที่ 23/4 หมู่ที่ 3 ซอย 3 ชุมพอ ถนน สงขลา-นาทวี ตำบลเกาะแต้ว อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา รหัสไปรษณีย์ 90000 ประวัติการศึกษา ปี 2555 สำเร็จการศึกษาระดับ ปริญญาตรี หลักสูตรศิลปะการแสดง คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ ปี 2566 สำเร็จการศึกษาระดับ ปริญญาโท หลักสูตรวัฒนธรรมศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ สงขลา

นายธวัชชัย พุฒทวี เกิดวันที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2543 ที่อยู่ 136/1 ม.5 ต.เขารูปช้าง อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา ประวัติการศึกษา จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ปี 2565 ศศ.บ. ศิลปศาสตรบัณฑิต(การโรงแรม) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ปัจจุบัน ศึกษาระดับปริญญาโท ศศ.ม. ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต(สื่อและวัฒนธรรมศึกษา) มหาวิทยาลัยทักษิณ

ชื่อ - สกุล นายบัญญัติ ชนะกุล เกิดเมื่อวันที่ 16 เดือน เมษายน พ.ศ.2500 อายุ 67 ปี อดีตข้าราชการ ตำแหน่งครู วิทยฐานะชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านถ้ำโกบ อาชีพ/ตำแหน่งปัจจุบัน ข้าราชการบำนาญ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่ ที่อยู่ปัจจุบัน บ้านเลขที่ 148 หมู่ที่ 1 ต.หน้าเขา อ.เขาพนม จ.กระบี่

นายบุญสม สังข์สุข (บุญสม กำปัง) เกิดเมื่อวันที่ ๖ ตุลาคมพุทธศักราช ๒๕๐๔ ณ บ้านกำปัง หมู่ที่ 8 ตำบลกำปัง อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา นายบุญสม สังข์สุข สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขายุทธศาสตร์การพัฒนาท้องถิ่นมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ปี ๒๕๕๕ ได้รับปริญญา ครุศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ปี ๒๕๕๕ และ ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาดนตรีและการแสดงพื้นบ้าน จากสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ปี 2561 ด้วยฐานะทางบ้านของนายบุญสมยากจนจึงต้องออกจากโรงเรียนมาเป็นลูกจ้างทำนา ในระหว่างนั้นได้รับแรงบันดาลใจจากพี่ชายซึ่งรับงานแสดงเพลงโคราชตามสถานที่ต่างๆ จึงเริ่มฝึกหัดเพลงโคราชตอนกลางคืนกับ ปู่สี ย่าเงิน ที่บ้านกำปัง ควบคู่กันไปกับการทำนาในตอนกลางวัน นายบุญสมได้ต่อเพลงกับครูสีแบบปากต่อปาก คืนละ ๑ กลอน ฝึกการเอื้อนทำนอง การออกเสียงคำควบกล้ำ ฝึกพรรณนาสิ่งแวดล้อมรอบตัว เพื่อนำมาว่าเพลงเล่นคำได้สละสลวย ผสานด้วยมุกตลกและแฝงคติสอนใจได้อย่างลงตัว หลังจากนายบุญสมปลดประจำการจากราชการทหาร ได้ยึดอาชีพหมอเพลงโคราช เพื่อหาเลี้ยงชีพอย่างสุจริตมาจนถึงปัจจุบัน ร่วมกับการส่งเสริมหมอเพลงอาชีพ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้หมอเพลงเกิดความภาคภูมิและดำรงตนอย่างมีศักดิ์ศรี ผลงานที่บ่งบอกเอกลักษณ์ของบุญสม สังข์สุข คือ การผสานดนตรีพื้นบ้านโทนโคราช หรือเครื่องประกอบจังหวะ เป็นช่วง ๆ นอกจากนั้นยังแสดงร่วมกันระหว่าง เพลงพื้นบ้านอีสานกับเพลงโคราช สิ่งที่นายบุญสม สังข์สุข ได้ทุ่มเทตลอดทั้งชีวิตการเป็นหมอเพลงคือ การ ถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับเพลงโคราช รับเป็นวิทยากรครูเพลง ตามสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ทุกระดับการศึกษา ดังปรากฏเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ ที่ภาคภูมิใจและมีส่วนช่วยสืบสานเพลงโคราชคือ นายบุญสม สังข์สุข ได้เลือกเป็นนายกสมาคม ปี 2547 จากสมาชิกหมอเพลงโคราช ได้จัดทำหลักสูตรท้องถิ่นรายวิชาเพลงโคราช ทั้งในระดับประถมศึกษาจนถึงอุดมศึกษา ซึ่งประกอบด้วยแผนการ จัดการเรียนรู้ เพลงโคราชและการอนุรักษ์ภูมิปัญญาภาษาถิ่น เป็นคณะทำงานจัดทำพจนานุกรมภาษาโคราชร่วมกับมหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล นอกจากนั้นยังได้จัดทำแบบฝึกทักษะ และประเมินการฝึกทักษะตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน จนกระทั่งสามารถสร้าง “หมอเพลงน้อย” เช่น โรงเรียนบ้านต่างตา โรงเรียนหนองกระทุ่ม โรงเรียนชุมชนบ้านประโดก-โคกไผ่ สถิตวิริยะกุล และอีกหลายโรงเรียน ซึ่งเป็นผลผลิตจากภูมิปัญญาและความเสียสละของนายบุญสม สังข์สุข ให้สามารถแสดงบนเวทีจริงร่วมกับหมอเพลงรุ่นใหญ่ ที่กำลังวางมือ โครงการดังกล่าวสอดรับกับแนวคิดของนายบุญสม สังข์สุข ได้กล่าวไว้ในกลอนเพลงโคราชวัฒนธรรมท่อนหนึ่ง ว่า “ใครก็ไม่เหลียวมาดูเลยทั้งดูเต้ยดูลำ เรื่องของ วัฒนธรรมต้องกอบกู้ดูแล กู้ดูแล อย่าให้เหมือนกะหว้าเหว่ เมื่อถึงฤดู…หล่น” ผลงานสำคัญอีกประการหนึ่งคือ นายบุญสม สังข์สุข นำเพลงโคราชมาใช้ในฐานะสื่อพื้นบ้าน เพื่อเชื่อมประสานความเข้าใจอันดีระหว่างภาครัฐกับ ประชาชนตามโครงการต่าง ๆ อาทิ “พระเนตรประดุจดั่งดวงดาว ที่ส่องสกาวดวงเด่น พระหทัยอันฉ่ำเย็น แผ่กว้างเหมือนดวงเดือน กว้างเหมือนดวงเดือน แสงสว่างกว่าดวงใด พระองค์เป็นศูนย์รวมใจ คนไทยทุกดวง…เดอ” กลอนเพลงโคราชเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ๘๔ พรรษา “จะเลือกคนเก่าคนใหม่พวกเราอย่าได้คิดประมาท ไอ้พวกประสงค์โกงชาติมันหวังเขมือบแต่งบประมาณ” กลอนเชิญชวนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร “ธุรกิจน้ำเมา มันผลาญเผา ยิ่งกว่าน้ำมัน ครันจะปิดโรงงาน เหล้านอกก็มีนำมา ถ้าคนไม่กินก็ขายไม่ได้ เรามาตั้งใจ นำกันละ คนกินตาย คนขายรวยก็รู้กัน…แล้ว” กลอนสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นายบุญสม สังข์สุข ได้จัดทำหลักสูตรเพื่อสร้างหมอเพลงน้อยทั้งแบบดั้งเดิมและแบบประยุกต์ ให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้รู้จักเพลงประจำถิ่นของตน ธำรงรักษาสมบัติของคนโคราชและสมบัติของประเทศ ดังคำกลอนที่ว่า “เพลงลำตัดให้อยู่ภาคกลาง ลิเกนั้นดังในเมืองกรุง ส่วนเพลงโคราชนั้นมารุ่ง มีชื่อเสียงในเมืองไกล” ผลงานการประพันธ์กลอนเพลงโคราช นายบุญสม สังข์สุข (บุญสม กำปัง) ได้จัดแบ่งหมวดหมู่เป็น 8 ด้าน อย่างชัดเจน 1.) ด้าน ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี 2.) ด้านการศึกษา 3.) ด้านสาธารณสุขสิ่งแวดล้อม 4.) ด้านประวัติ 5.) ด้านส่วนบุคคล และองค์กร 6.) ด้านเศรษฐกิจ และ สังคม 7.) ด้านเพลง เรื่อง 8.) ด้านวันสำคัญ และกิจกรรม รวมแล้วเป็นพันกลอนเพลง นายบุญสม สังข์สุข ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็นศิลปินมรดกอีสานสาขาศิลปะการแสดง (เพลงโคราช) ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๗ จากมหาวิทยาลัยขอนแก่นเพื่อเป็นเกียรติประวัติสืบไป

บทบาทในสายวิชาชีพ: ท่านเคยดำรงตำแหน่งเป็น ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดดอน (หมู่ 8 ตำบลคูเต่า อำเภอหาดใหญ่) ซึ่งท่านได้ใช้บทบาทนี้ในการสร้างกระบวนการเรียนรู้เรื่องรากเหง้าชุมชนให้กับเยาวชน ปราชญ์วัฒนธรรม: ปัจจุบันท่านเป็นผู้ดูแล ชมรมเพลงเรือแม่ทอม และเป็นศิลปินพื้นบ้านผู้เชี่ยวชาญด้าน เพลงเรือแหลมโพธิ์ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมเก่าแก่กว่า 200 ปี

นายพัชรพล แตงรื่น หรือที่รู้จักในนาม Alex Face เป็นศิลปินสตรีทอาร์ต (Street Art) กราฟฟิตี้ชื่อดังระดับโลกชาวไทย เจ้าของผลงานคาแรคเตอร์ "น้องมาร์ดี" (Mardi) เด็กน้อยสามตาในชุดกระต่ายหน้าบึ้ง ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากลูกสาว เพื่อสื่อสารเรื่องราวความกังวลและความหวังในโลกยุคปัจจุบัน

นายย่าสาด หวังสบู่ อยู่บ้านเลขที่ 103 หมู่ 2 ตำบลเกาะกลาง อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ สมรสกับนางห้าหมีย๊ะ หวังสบู่ มีบูตร 7 คน

ผู้เผยเเพร่การแสดงทางวัฒนธรรม กระตั้วแทงเสือ เริ่มสนใจการแสดงตั้งแต่ พ.ศ. 2559 ได้ดำเนินการแสดงมาแสดงในประเพณีชัก เพื่อให้คนในชุมชนและคนที่มาสักการะพระบรมสารีริกธาตุในงานได้ชม มีความรู้ ความเข้าใจการการแสดง

เป็นศิลปินและช่างฝีมือพื้นบ้านแห่งชุมชนหน้าถ้ำ อ.เมือง จ.ยะลา มีความผูกพันกับศิลปะมโนราห์ตั้งแต่เด็ก ได้ศึกษาต่อยอดการทำ "เทริดมโนราห์" ที่มหาวิทยาลัยทักษิณ ปัจจุบันเป็นแกนนำสำคัญในชมรมการแสดงศิลปะพื้นบ้านมโนราห์จังหวัดยะลา ทำหน้าที่ทั้งสืบสานงานช่างศิลป์และการแสดง

ในปี พ.ศ. 2539 วัดบ้านดอนได้จัดโครงการฟื้นฟูหนังใหญ่วัดบ้านดอน ซึ่งเป็นมหรสพการแสดงเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 200 ปี และได้มีโอกาสเข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้พากย์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลากว่า 28 ปี โดยในช่วง 4–5 ปีแรกทำหน้าที่พากย์เพียงอย่างเดียว ก่อนจะรับหน้าที่ควบคุมดูแลและบริหารจัดการการดำเนินงานต่าง ๆ ของหนังใหญ่วัดบ้านดอนในเวลาต่อมา

โนราอรุณ มุสิกะพันธุ์ (หรือที่รู้จักในชื่อการแสดง โนราอรุณ ศ. เอิบอวบศิลป์) เป็นศิลปินโนราและราชครูโนรา (โนราใหญ่) ที่มีชื่อเสียงในพื้นที่จังหวัดพัทลุงและสงขลา ภูมิลำเนา: เกิดที่บ้านเลขที่ 57 หมู่ที่ 1 ตำบลนาโหนด อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง ครอบครัว: เป็นบุตรของ โนราแอบ มุสิกะพันธุ์ (บิดา) และโนราหนูพันธุ์ มุสิกะพันธุ์ (มารดา) โดยมีแม่หมอแฉล้มเป็นผู้ทำคลอด การศึกษา: สำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนบ้านนาโหน เส้นทางศิลปินโนราการฝึกฝน: เริ่มหัดรำโนราตั้งแต่อายุ 10 ขวบ โดยได้รับการปลูกฝังจากครอบครัวและฝึกหัดกับบิดา (โนราแอบ) และคุณอา (โนราอวบ)การแสดง: หลังจากจบชั้นประถม ได้ร่วมคณะเดินทางไปแสดงกับบิดาในพื้นที่อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา และเป็นสมาชิกของ คณะโนราเอิบอวบ ประพันศิลป์ราชครูโนรา: ประกอบพิธีตัดจุกผูกผ้าและอุปสมบทพระภิกษุเป็นราชครูโนราอย่างถูกต้องตามประเพณีเมื่อปี พ.ศ. 2539 ปัจจุบันนับพรรษาทางโนราได้ประมาณ 28 พรรษา พื้นที่การแสดง: มักรับแสดงในพื้นที่ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง และยังรับงานแสดงโนราโรงครูทั่วไป ธุรกิจและการสอน: นอกจากรับแสดงทั่วไปแล้ว ยังเปิดสอนรำโนราเพื่อสืบสานศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ชีวิตครอบครัว: แต่งงานกับ นางศศินิภา มุสิกะพันธุ์ (หรือมโนราห์ มาริสา เสน่ห์ศิลป์) มีบุตร 3 คน โดยบุตรคนโตได้ฝึกรำโนราและเข้าพิธีตัดจุกเป็นโนราใหญ่สืบต่อตระกูล